Profil de ชั๊นเองFOR ALL EVIL UNDER THE S...PhotosBlogListesPlus Outils Aide

ชั๊นเอง

Occupation
Lieu
อันหุบเขาไร้รัก อ้างอิงได้จากตำนานมังกรหยก หรือตำราบรรพบุรุษตระกูล "เตีย" มีเนื้อความว่า ณ ที่แห่งนั้น มี "ดอกไม้ไร้รัก" อยู่ สามารถอยู่อย่างสันติกับผู้ไร้รักได้ แต่หากผู้ใดมีรัก เมื่อต้องเกสรแล้ว ก็มิอาจพบพานคนรักได้อีกต่อไป
La liste est vide.
Photo 1 sur 40
La liste est vide.

FOR ALL EVIL UNDER THE SUN

21 juillet

ไปอัดเพลง "โลกหมุนด้วยความรัก" มา!

 
วันนี้ไปอัดเสียงที่สตูดิโอที่พี่สิดเรียนตัดต่อเสียงด้วย!
อัดเพลง "โลกหมุนด้วยความรัก"
 
เล่นเสียงเปียโน (กับเครื่องคีย์บอร์ด)
พี่สิด เป็นดีเจ (อิอิ) แผงเครื่องยาวเป็นพรืดเหมือนคนส่งจรวดไปอวกาศเลย
น้องเอยเป็นนักร้อง
น้องท๊อปเป็นมือกลองชั้นเซียน (ตีกลอง 3 ประเภททีเดียวเชียว)
พี่สิดดูเกรงใจมากจนทรายเกรงใจเลยอ่ะ
อยาก improvise มากกว่านี้นะ แต่กลัวเพลงรก เพราะว่าเพลงมันออกแนวสบายด้วย
แถมมีจังหวะลงให้เเล้ว กลัวเลยห้องด้วย
เลยต้องจดโน๊ตไว้ (ฮา) เด๋วมีเล่นเพลินเกินห้อง
 
แต่ทรายก็รู้สึกผิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะรู้สึกผิดทำไม
เพราะว่าเครื่องคีย์บอร์ดนี้มันกดยังไงเสียงก็ออกเสียงเดียว
เล่นน้ำหนักไม่ได้ ใช้น้ำหนักนิ้วก็ไม่เกิดผลกับน้ำหนักเสียง
เสียงเปียโนเลยดังเเค่เเบบเดียว
กลัวเพลงไม่อ่อนโยนจังเลย
 
เอยร้องแก้ยังไงเสียงก็ไม่แห้ง อึดมาก แต่ต้องรีบกลับก่อนเพราะมีนัดที่เกษตร
ส่วนท๊อปนี่ พอเล่นเสร็จ มีเพื่อนพี่สิดขอให้ท๊อปเล่นต่อเพลงเค้า
ท๊อปก็จัดให้ แถมเพลงแนวเเจ๊สอีกต่างหาก เล่นกลองตั้ง 2 แบบ
อึดมาก ดีที่น้องเค้ามีช็อกโกแล๊ตตุนพลังงานตลอดเวลา
 
รู้สึกเลยว่าเรื่องดนตรีนี่เป็นเรื่องของพลังกายจริงๆ
เคยอ่านนิตยสารเจอว่า นักเขียนบทละครต้องพัฒนาด้านความคิด
นักเขียนนิยายต้องพัฒนาทางด้านจิต
นักดนตรีต้องพัฒนาทางด้านร่างกาย
เพิ่งรู้สึกเหมือนกันว่าเล่นดนตรีต้องใช้ร่างกายเยอะ
ปกติ เวลาสอนอิเล็กโทนก็คิดว่ามันเหนื่อยเพราะจำนวนคน
แต่วันนี้รู้สึกว่าอะไรๆมันต่างกันไป
มันไม่ได้เหนื่อยเพราะคนเยอะหรือเล่นดนตรี
แต่รู้สึกว่าร่างกายได้ใช้ประโยชน์
ก็คิดว่าดีจังน้า แต่ละคนฝึกจนร่างกายสามารถขยับได้ตามเสียงที่ตัวเองต้องการ
 
ได้เห็นแต่ละคนจริงจังกับงานของตัวเอง
ดูเท่มากๆเลย
ชอบจังเลย งานกลุ่มที่มีคนตั้งใจทำงานในส่วนของตัวเองเต็มที่
และสุดท้ายก็เอางานทั้งหมดมารวมกัน
เป็นเพลงเดียวกัน [ที่เสียงเปียโนไม่ตรงกับเพลงจริง (ฮา)]
 
ขอบคุณพี่สิด ที่เปิดโลกอีกใบให้ทราย ทรายไม่เคยไปอัดเสียงสตูมาก่อนเลย ได้เห็นอะไรใหม่ๆในชีวิต และทรายสามารถมีส่วนร่วมกับตรงนี้ได้ รู้สึกสดชื่นจัง
ขอบคุณน้องเอย ที่ทำให้เห็นว่าคนเราจงพัฒนาให้เก่งในหลายๆด้าน มีประโยชน์และชิวชีวิตได้ง่ายกว่าคนทั่วไปเยอะมาก
ขอบคุณน้องท๊อป ที่ทำให้รู้สึกว่าการ improvise และช็อกโกแล๊ตนี่มันดีจริงๆ (ผู้ชายติดช็อกโกแล๊ต น่ารักง่ะ)
และสุดท้าย
ขอบคุณใหม่ ที่เป็นคนเชื่อมต่อโอกาสประสบการณ์ใหม่ๆให้ทราย สนุกมากเลย
 
ถึงแม้จะกลับบ้านมาแล้วนอนเดี้ยงเกลี้ยงพลังงาน แต่ว่า ทรายสนุกมากเลย ขอบคุณค่า ^ ^
9 mai

สายม เจ้าฝุ่นคู่ความรัก

โดยทั่วไป...เสมอ
 
เจ้าเม็ดฝุ่นเอยอยากมีความรัก
ตัวเธอ กระจ้อยร่อยนัก เมื่อเทียบกับ โลกใหญ่ทั้งใบ
 
แต่มีอยู่บางเหล่ากลุ่ม รักตัวเองสูง ไม่สนใจใคร
ลมเอย แล้วลมนั้นไซร้ ก็พัดฝุ่นไป...ให้ล่องลอย
 
"เจ้าจงตระหนัก ตระหนักเสมอ
จงรัก จงรัก รู้สึกรัก ในหัวใจ"
 
ลมเอยพูดผ่านหูไป แล้วยิ้มใคร่ กึ่งเอ็นดู
 
เจ้าฝุ่น ยังคงนิ่งกริบ รู้สึกตะหงิด...อบอุ่นหัวใจ
ทว่าตรงอกนั้นไซร้ เป็นช่องเปล่าให้...ลมลอดลอย
 
ทุกคราที่เห็นรูนี้ เจ้าฝุ่นนั้นมี สิ่งอื่นบังหน้า
ทว่าสายลมพัดมา พัดสิ่งตรงหน้า ให้เห็นดังเดิม
 
สายลม        ชโลมจิต
จึงแกล้งคิด     กล่าวหาไป
    ว่าเธอ          "แห้งแล้ง" ไซร้
จึงเลี่ยงไป     ลืมความจริง
ลมเอย         คงทนไม่ได้
      จึงผ่านไล้      "เยื่อใย"ล่องหนนี้
 
        "เธอจงดูให้ดี    ความรักนี้ มีคู่หัวใจ"       
 
 
แด่...คนที่อยู่ๆก็คิดถึง
1 avril

I'm a TEAMWORK LOVER

 

 

 
ทรายสัญญากับตัวเองเอาไว้
ว่าต่อไปนี้หลังจากจบงานใหญ่เมื่อไหร่ ต้องเขียนความประทับใจเอาไว้ จะได้ไม่ลืม
 
เพราะว่าทรายชอบการทำงานเป็นทีมมาก ถ้าลืมรายละเอียดดีๆไป คงเสียดายที่มนุษย์สามารถมีความทรงจำได้
 
และทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราวที่บันทึก...พลัง ในวันนั้น ก็จะกลับมาหาทราย
 
 
ถ้าหากถามว่านี่ทรายกำลังพิมพ์ให้ใครอ่านอยู่ กลุ่มเป้าหมายหลักคือ Staff Stage IRPUS 51 รวมถึงพี่เพชร พี่ยัว พี่บิล(ที่บังอาจเรียกทรายว่าพี่)
ความจริงถ้าหากคนอื่นมาอ่านด้วยก็ดี...แต่เกือบ 20 ชีวิตข้างต้น คือกลุ่มเป้าหมายหลัก
 
หลงเข้ามาแล้วก็อ่านซะละกันนะ (ซวยแล้วล่ะ บล็อกของสคริปไรเดอร์ ซะด้วย...ยาว)
 
...
 
ถ้า ไปห้างแห่งหนึ่งแล้วเห็นว่าที่ชั้น G จัดงานอยู่
อย่างแรกที่ทำกันคืออยากรู้ว่าจัดงานอะไรใช่ไหม?
แล้วอย่างที่สองละ?
 
ทรายน่ะ...จะขึ้นไปที่ชั้น 2 แล้วมองลงมา
กวาดสายตาหาคนใส่ชุดสีดำที่ถือวอล์เดินไปมาอยู่
 
เพราะทรายเคยสำผัสงานตรงนั้นแล้ว จึงรู้ว่า
ในงานที่มีผู้คนจอแจมากมายอย่างสนุกสนาน...ยังมีคนที่ทำงานอย่างวุ่นวายอยู่
ในวอล์นั้น มีเสียงคนคุยงานกันอยู่
...
สำหรับทรายแล้ว เป็นภาพที่สวยงามมากเลย
ทุกคนพยายามให้ทีมเฮฮา แต่ก็ครุ่นคิด จิตตก
แต่ก็พยายาม
พยายามในหน้าที่ของตัวเอง เพื่อเพื่อนร่วมทีมคนอื่น
 
คนที่อยู่ในทีมเวิร์กต้องไม่ใช่เด็กเอาแต่ใจที่คอยให้ใครมาคอยดูแลเราถ้าทำอะไรผิดพลาด
 
"การเป็นคนของทีม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องคอยพึ่งคนอื่น
ต้องพยายามด้วยตัวเอง
...
การที่เราช่วยเหลือทีมได้แค่ไหน
นั่นแหละ คือการทำงานเป็นทีม"
(จาก TEAM MEDICAL DRAGON 1)
 
รู้ไหมว่าเวลาทรายมองผู้หญิงสวยผู้ชายหล่อ...ทรายมองด้วยตา
แต่ถ้าคุณมองคนทำงานเป็นทีมด้วยตา คุณจะไม่รู้เลยว่ามันเป็นภาพที่สวยงามขนาดไหน
รับรู้ด้วยใจ ถึงความเหน็ดเหนื่อยและประสานพลังของทุกคน
ถึงแม้สต๊าฟจะตัวดำหน้าอัปลักษณ์...ภาพนั้นก็สวยมาก
 
รู้ไหม ทรายอยากเขียนบทเกี่ยวกับออกาไนซ์นะ
แต่มันเป็นงานที่ต้องการผู้กำกับ ต้องการPOST-PRODUCTION DIRECTOR ต้องการมือตัดต่อสุดเก่ง
ที่จะร่วมพาคนดูมีความรู้สึกร่วมไปกับความวุ่นวายของตัวเนื้อเรื่องได้
มันต้องเป็นเรื่องที่มันส์มากๆ
 
เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า
(เอ่าเวร ที่พูดมาข้างต้นนี่แค่บทนำนะ งานเข้าแล้วพี่น้อง อิอิ)
 
พี่เต๊าะ
ขอบคุณที่เสนองาน และให้เกียรติทรายขนาดนี้ สิ่งหนึ่งที่มนุษย์เราต้องการ คือ "การยอมรับ"
และพี่เต๊าะก็ยอมรับทรายในอายุที่ทรายเป็นอยู่
           หลายครั้งที่ทรายรู้สึกว่าทำตัวไม่น่ารักกับพี่เต๊าะเลย
ทรายเป็นคนดื้อมาก แต่ถ้ามีเหตุผลมาคานทรายก็จะหยุด
บางทีที่พี่เต๊าะเคยให้ทราย
          ทำนู่นนี่แล้วทรายก็จะร้องเถียงว่า "ทำไม" แต่พี่เต๊าะก็ไม่อธิบาย ทำให้คำถามทรายค้างอยู่อย่างนั้น สั้นๆห้วนๆ
แต่ทรายรู้ว่าที่พี่เต๊าะไม่ตอบ
          เพราะว่าพี่มีเรื่องนู่นนี่นั่นมากมายอยู่ในหัว อารมณ์พี่ก็ประมาณว่าอะไรก็ทำไปเท๊อะ
แต่พอถึงตรงช่วงเวลางงๆนั้น ทรายก็ลืมคิดถึงเรื่องของพี่
          แล้วก็ชอบถามขึ้นเสียงสูงว่าทำไมล่ะ ทำไม
มันเป็นกิริยาที่ไม่น่ารักจริงๆ การที่ทรายปากไว ทำให้ดูก้าวร้าว
แต่ทรายก็อยากให้พี่รู้เอาไว้ว่า
พี่เป็นคนเปิดโอกาส และทำให้ทรายภูมิใจในตัวเองหลายต่อหลายครั้ง
ขอบคุณค่ะ
 
พี่เพชร และ พี่ยัว
ทรายเป็นคนทำอะไร ทรายจะหวังผลตอบแทน
อย่างเช่น เงิน ความสามารถ เก่งขึ้น ทักษะ ความสบายใจ ความรู้สึกดี เครือข่ายที่กว้างขึ้น
 แต่พี่สองคนทำงานหวังอะไรกัน?
คนที่ทำงานการกุศล เค้ายังหวังให้โลกนี้ดีขึ้นเลย แล้วพี่หวังอะไรกัน?
 รู้ไหมคะว่าพี่
                         สองคนคือคนที่อยู่ในคติ "ทำงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน" อย่างแท้จริง 
(ความจริงก็อาจมีคนอื่น แต่ทรายไม่ได้สัมผัสเค้าใกล้ชิดเหมือนพี่ทั้ง 2 นิหน่า)
ทำงานโดยไม่หวังอะไร พี่เอาพลังมาจากไหนเหรอคะ
ทำไม ถึงยอมทุ่มเท เอาชีวิตมาวุ่นวายกับสต๊าฟ
  มากมายด้วยเหตุผลที่ว่า "ก็ต้องทำ"
 พอทรายเห็นเหตุผลของพี่ ทรายนับถือพี่มาก
รู้ไหมคะว่างานของทรายต้องคอยทำให้ชีวิตมีพลังตลอด
 ต้องหาอะไรที่น่าประทับใจมาเติมไฟให้กับตัวเอง
 แต่พวกพี่มีไฟในตัวกันอยู่แล้ว
ทรายแบบ...โห...อารมณ์อ้าปากจะชมแต่พูดไม่ออกว่าจะกลั่นเป็นคำพูดออกมายังไง มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
 
พี่กบ พี่อ้อ พี่อั้ม  
 (ความจริงทรายชอบเขียนเรียงคนมากกว่า แต่เมื่อยตูดแล้ว เก้าอี้แข็ง)
ทรายเลเวลอัพจากพี่ทั้งสามนะคะ
งานพวกนี้ต้องอาศัยความละเอียด ที่ทรายคิดว่าดูละเอียดเเล้ก็ยังเจอช่องโหว่อีกตั้งเยอะ
 ทรายเคยทำงานกับคนมาเยอะ รู้ตัวว่าในสังคมหลัก เมื่อทำานกับคนอื่นแล้ว ทรายเป็นคนที่มีบุคลิกเด่น...จนน่าหมั่นไส้
 ทรายจึงเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อที่จะอยู่ในสังคมคละกลุ่มกันไปไม่ให้ใครมาแอนตี้
(เพราะมันจะเป็นปัญหาในการทำงานทีหลัง)
แต่งานออกาไนซ์เนี่ย มันเป็นงานบ้าพลัง
เวลาไฟมันสปาร์กแล้วใครมันจะฉุดอยู่
 ทรายโวยวาย พูดมาก พูดไม่หยุด
ที่เกริ่นมาทั้งหมดนี้ ทรายต้องการจะบอกว่า
ทรายดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับคนบ้าอย่างพวกพี่ (อ่าว)
จะบอกว่า
ด้วยตัวพี่เองก็มีบุคลิกที่คนอื่นมองว่า
                        แรงไง แต่มันแรงแบบพอดี เอาฮากลบให้ดูนุ่มขึ้นเข้าว่า
ทรายก็เลยเต็มที่กับทีมกลุ่มนี้ได้
...
ทรายคงจะไม่ปล่อยพวกพี่ไปหรอกนะ
                       คะ ยิ่งพวกพี่บอกว่าอย่าทิ้ง-อย่าลืมกันไป ทรายก็จะไม่ปล่อยไปหรอก
การที่ได้เจอคนในแวดวงเดียวกันและเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว...เป็นสิ่งประเสริฐ เป็นความรู้สึกอยากขอบคุณพระเจ้า
แม้ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงๆหรือไม่
 
พี่บิล
   พิมพ์ไปงั้นแหละ
 แค่จะคอนเฟิร์มว่าไม่ใช่ "น้องบิล"
...เป็นผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาดีอ่ะ เดินทางเยอะๆ ระวังด้วย ชุดเอ็มซีก็ยิ่งอล่างฉ่างอยู่ งานนี้
         ต้องขอบคุณที่ยื้อเวลานะคะ...ไม่ใช่คนในไม่มีทางรู้เลยนะเนี่ย
 
เบียร์  
 ขอบคุณที่คอยส่งตอนดึก
ความแฟร์ๆทำให้ทรายทำงานด้วยอย่างสบายใจ ถ้าไม่ใช่เรื่องงานทรายก็คงไม่ได้เจอเบียร์เท่าไหร่หรอก เพราะต่าง
          คนก็ต่างบ้างาน วุ่นๆไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนกัน...ถ้ามีรถขับกันสักทีก็ดีสิเน้อ...แกขายที่ซื้อรถเหอะว่ะ
 
แอน นีออน(อิอิ เรียกตามพี่กบ) หงส์ เอ  
 ทรายสารภาพนะ
ช่วงเวลาที่ทรายเห็นทุกคนจิตตกหลังเวทีตอนช่วงฉายภาพ หรือหงส์น้ำตาย้อยอ่ะ
ทรายก็ยังคงคิดว่านี่เป็นภาพที่สวยงามอยู่ดี
โอเค ในเวลาจริง มันแย่มากๆ หรือถ้าเอามาเล่าทีหลังกลายเป็นเรื่องตลก
แต่สำหรับทราย มันเป็นเรื่องที่งดงาม
ทุกคน พยายามทำให้ภาพขึ้นจอทั้งๆที่ไม่เห็นทางสว่างเลยว่าวันนี้จะสำเร็จไหม
แต่สต๊าฟยอมแพ้ไม่ได้ หนีกลับบ้านไม่ได้
ทุกคนเก่งมากเลยที่ไม่มีใครหนีมาหลังเวที
     ตอนที่ภาพยังไม่ขึ้นจอ ไม่มีใครทิ้งเวที
 เคารพในหน้าที่ของตัวเอง
เป็นจิตใจที่ยิ่งใหญ่มากนะสำหรับมนุษย์ตัวเล็กๆอย่างเราๆ
     ขอบคุณแอนที่ยอมช่วยทรายเสิร์ฟน้ำให้วิทยากรแทนทราย
 ขอบคุณเอที่ยอมทนร้อนลงไปรับคนถึงโรงรถทั้งๆที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าวิทยากรจะมาก่อนหลังยังไง
อย่าคิดว่าทรายบ๊องแล้ว เรื่องแค่นี้ทำเป็นอลัง
     ทรายเคยทำงานกับสต๊าฟหลายกลุ่ม
ไอ้เรื่องพวกนี้ เค้าเกี่ยงกันนะ
หลายคนเลยแหละที่คิดว่าเทน้ำ เรื่องเล้ก เทเองสิ จะเสียเวลาแค่ไหนกัน ชั้นก็มีงานของชั้นนะ
หรือชั้นไม่ชอบเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ ทรายทำเองเถอะ
หรือบ่ายเบี่ยงไม่ไปรับคนนอกตึกเพราะว่าร้อน
ซึ่งแบบอ้า...อยากจะวอล์ขอบคุณหลายๆทีตอนที่
ทุกคนช่วยทราย แต่วอล์แค่นี่พี่กบก็ว่าทรายมึนแล้ว
 (ตอนกินหมูกระทะ ทรายจำได้ เจ้าคิดเจ้าแค้น อิอิ)
 
น้องโบว์ ภัทร ไอซ์ แอม  
ครั้งนี้เป็นน้อง ครั้งหน้าจงเป็นพี่ เอาประสบการณ์ที่มีอยู่มาใช้ให้หมด
 ขอบคุณที่ทำงานมากมายขนาดนี้ทั้งที่เป็นครั้งแรก
                                 เห็นวันแรกตอนประชุม น้องอึนๆ พี่ก็คิดว่า จะไหวไหมว้า จะไหวไหมว้า
เพราะถึงคราวจริง มันจะวุ่นวายกว่านี้ยอะมาก
แต่ก็
                                 กลายเป็นน้องเริ่มมีบทบาทมากขึ้นทุกวันๆ
จากเด็กที่มึนๆ เป็นชมรมแม่บ้าน (อิอิ ล้อเล่น)
พอถึงวันจริง พี่ก็วุ่นวาย พยายามไม่ให้งานพลาด
แล้วพี่ก็รู้สึกได้ว่า พี่ไม่ยืนแบกงานอยู่คนเดียว พี่มีน้องๆปิง วัง ยม น่าน คอยซัพพอร์ตอยู่ด้านหลังเสมอ
 จึงทำงานได้สบายใจขึ้น
...สำหรับพี่ ทีมที่ดีไม่ใช่ทีมที่มีคนทำงานหลักๆอย่างเดียว แต่ต้องมีลูกทีมที่ทำให้ตัวหลักรู้สึกสบาย
                                  ใจเหมือนมีคนให้พิงหลังอยู่ตลอดเวลา และน้องก็อยู่ตรงนั้น
                                อยากให้รู้ว่า โลกจริงๆมีคนวีนลูกทีมเยอะมาก
เพราะเค้าต้องการให้อะไรมันได้ดั่งใจเขา แต่นั่นจะไม่ได้ใจลูกทีม และงานก็จะแย่ลงเรื่อยๆ 
สุดท้ายคนที่วีนนั่นแหละจะไม่รู้สึกวางใจใครให้ทำงานไหนๆได้
 น้องได้สัมผัสชีวิตทีมแล้วคงเข้าใจหัวใจคนเรา
หากวันหนึ่งได้เป็นใหญ่เป็นโต อย่าเผลอทำร้ายลูกทีมของน้องด้วยอารมณ์รุนแรง
มนุษย์ซื้อได้ด้วยใจและก็ไม่ใช่กระโถนรองรับอารมณ์
ถ้าหากน้องได้ใจลูกทีมมาแล้วก็จะรู้สึกว่าชั้นยังมีพวกเธอยืนหยัดอยู่ด้วยกันนะ
                               (ทำเป็นแก่แดดสอนเด็กเนอะ)
 พี่ยังไม่ได้ซื้อใจน้องเลย เพราะเพิ่งเจอกันก็ทำงานแล้ว
แต่พี่กลับรู้สึกว่ามีน้องๆคอยช่วยเหลือ
คงจะต้องขอผ่อนทีหลัง...มีเรื่องอะไรก็มาระบายได้นะ ถึงพี่หลับแล้วก็จะไม่มีงัวเงียไม่อยากฟังเลย เหงาก็นัดไปหา
                                แต่อย่ามาให้เลี้ยงข้าว ยืมตังค์ บอกแล้ว คนซื้อด้วยใจ (ไม่ใช่เงิน อิอิ)
 
จากทั้งหมดนี้ สรุปว่า
ทรายชอบทีมเวิร์ก
แต่
งานที่ทรายทำมันต้องมีคนที่แม่งเลวว่ะปะปนมาในทีมด้วย...มีทุกทีมเลยที่สัมผัสมา
แต่ทีมนี้ไม่มีอ่ะ ยังไม่เจอเลย เป็นครั้งแรกในชีวิต
ทรายเอาไปอวดได้เลยว่า
ทีมนี้แหละเป็น THE GREAT TEAMWORK#1 ในชีวิตทราย
 
ขอบคุณทุกคนค่ะ ริมฝีปากแดง
9 septembre

ครูดนตรี หรือ หมอแผนกฉุกเฉินฟระ?!

 
ตาย!!!
 
วันศุกร์ ก่อนได้เวลาสัมมนาเรื่อง pre-production  อ.ดนัย (ครูใหญ่โรงเรียนดนตรี) โทรมาบอกว่า
"วันเสาร์มาสอนดนตรีแทนแดนหน่อยสิ"
...
แทน แดนนี่
แทน เจ้าอัจฉริยะนั่นอ่ะนะ!!!
กรีดร้องอยู่ในอก แล้วก็ตอบว่า
"ค่ะ"
 
-------
 
วันเสาร์
ถ่อไปรร. 9 โมงกว่าๆ มีบ่นอุบอิบในใจ
ไมแดนมันรับงานเช้าจังฟร๊า
 
เรื่องของวันนี้เริ่มตั้งแต่ 10 โมง-4 โมงเย็นล่ะ
 
 
1.
10 โมง
 มีเด็กผู้หญิง มาเรียน(ทำไมทรายไม่จำชื่อเค้าห๊า?)
 แดนสอน improvise (เพลงแต่งเพิ่ม) บอกว่า
"ให้กลับไปซ้อมเพลงไหนก็ได้มา"
อีเรียมก็เอาเลย...ไมแดนให้การบ้านปลายเปิดจั๋งซี่?
เรียมจึง ย่างสด improvise น้อง 3 ข้อในชั่วโมงเดียว
เก่งนะ ชี้อะไรก็เล่นได้ คนนี้ sight reading (วางโน๊ตบ่ะแล้วก็เล่นไปเลย) ไว
 
tip
 ไม่เล่นเพลงให้น้องฟังก่อน เพราะคนนี้ sight reading ไหว ทรายจึงเล่นแค่ accom. (มือซ้าย+มือขวา ; cord+bass) ให้เค้าด้นสดมือขวาเอา (ชีวิต ไม่คิดจะรอให้ใครซ้อมเล๊ย)
 
ปล. ถ้าหากแดนได้อ่าน น้องเค้าชมว่า "ครูแดนเก่ง" นะจ๊า ริมฝีปากแดง
 
 
2.
11 โมง
 น้องผู้ชายหุ่นกลม (จำชื่อบ่ได้แย๊ว)
ชอบน้องคนนี้มาก เดินเข้ามาอย่างไม่สนว่าทรายไม่ใช่แดน
เดินเข้ามานั่งเล๊ย ทรายก็แนะนำตัว เค้าก็ครับ
ทรายยังไม่ทันถามไรเล๊ย น้องอธิบายเสร็จศัพท์ว่าแดนสอนถึงตรงไหน
แล้วก็เล่นให้ฟัง...ทันที! (ทั้งๆที่บอกว่า "ยังเล่นไม่ได้ แต่ก็กดโน๊ตเล่นเลย)
ทรายก็แก้ให้น้องตรงขเบต...เขบต? ขเบต? ขะเบต?...เขียนยังไงเนี่ย.....
นั่นแหละ ให้น้องกระดกนิ้ว ทรายว่าเพลงนี้ เขบต/ขเบต/ขะเบต กระดกนิ้วเพราะง่ะ
(เอาแต่ใจม๊ะ ขอโต๊ด...ชื่อเพลงไรก็ไม่จำเนี่ยเรา)
(ทำไมเหมือนเขียนจดหมายถึงแดนเลยง่ะ)
ทีนี่ น้องก็พอได้ เหยียบ bass ลงจังหวะ เล่นถูกจังหวะ ทรายก็เลยสอนเพลง My favorite thing (เพลงในเรื่อง The sound of music) ไป
กะว่าสอนนิดเดียวพอ
แต่
ทรายเล่นเพียงแค่ครึ่งเพลง
น้องเสยเลยครับ...เล่นตามไม่พอ ต่อครึ่งหลังด้วย!
หมดเวลา ทรายจึงบอกว่า
"ไปซ้อมของเก่าให้คล่อง รีดอารมณ์ให้ซึ้ง แล้วฝึกเพลงใหม่ให้ครูแดนตกใจเลยว่า 'ฮ๊า!!!ทำไมเล่นด๊ายยย!!!' "
 
Tip
ชม
เล่นถูกให้ชม น้องจะพองขึ้น ภูมิใจในตัวเองขึ้น ไม่ต้องขนาด
"อูวว๊าว เลิศฮ๊า"
แค่พอเล่นถูกก็
"น่าน! /ถูก"
เป็นคำง่ายๆ แต่ไม่ใช่อะไรที่เรียบเฉยแบบ
"อือ / อาฮ๊ะ"
น่ะ
ทางเราเองก็ไม่ได้แสร้งรักเด็กนะ
 กับการที่น้องเล่นไม่ถูกแล้วลุ้นให้ถูกเนี่ย มันก็จะรู้สึกต้องพูดว่า "ถูก!" ให้เค้ารู้ว่าเล่นถูกแล้ว
เมื่อสามารถเล่นตรงที่เล่นไม่ได้ พอเริ่มเล่นได้แล้วมีคนชม จะตะบี้ตะบันซ้อมตรงนั้นเป็นพิเศษ
 
 
--------------ถึงตรงนี้ทรายแอบนอนกับเก้าอี้ใต้ electone แม่บ้านเปิดประตูเรียกไปทานข้าว ทรายทานแค่ 15 นาที มีเด็กเข้ามาเรียน...ประเด็นคือ ตั้งแต่บ่าย-4โมงเนี่ย...คนเยอะง่ะ ทราย run เป็นลำดับเลข แต่ในชีวิตจริง เรียนในห้องทั้งหมด เข้าๆออกๆ---------------
 
 
3.
 น้องใส่แว่น มาดแบบที่ทรายเห็นก็คิดว่า "เก่งชัวร์" (ดูคนจากภายนอกสุดๆ)
น้องเล่นเพลงสอบให้ฟัง ทรายตกใจเลย เป็นเพลงของ spirited away ตอนจบ
คือทรายติดต่อของโน๊ตกับคนที่มีคนนึง(คนต่างประเทศ) แล้วเค้าไม่ตอบเมล์มาสักที
ถึง grade ที่น้องเล่น กับเกรดที่ทรายขอ มันจะคนละ grade กัน
แต่น้องเค้าเล่นเพลงนั้นง่า ทรายอยากเล่น
...
จึงจิ๊กน้องเล่น
...
น้องให้ยืมซ้อม แต่ไม่ทันซ้อม เด็กอีกคนเข้ามา
น้องคนนี้ ตอนหมดชั่วโมงเค้าพูดว่า
                       น้อง : ผมกลับก่อนนะครับ (เก็บของ)
                       ทราย : ยึ๊ย หมดเวลาแล้วเหรอ เพิ่งนั่งเองไม่ใช่เหรอ
                       น้อง : หมดเวลาแล้วจริงๆครับ (ให้ดูนาฬิกา) ปกติหนึ่งชั่วโมงน๊านนาน แต่วันนี้หนึ่งชั่วโมงเร็วมากเลย
 
กะ รี๊ดดดดดดด  ดีใจ  >__<
 
tip
เนื่องจากเป็นเด็กอัจฉริยะก่อนยี่สิบ จึงไม่ต้องใช้ทริกในการสอนไรมากมาย
แต่เด็กก็คือเด็ก
 การที่เราสร้างบรรยากาศในห้องเรียน
 คือ
สร้างบรรยากาศโดยรวมภายในห้อง
 ก็ทำให้เด็กคนนี้มีความสุขได้แล้ว...
(ชั๊นมาทำอะไรที่นี่ฟระ ยั่งกะน้ำยาปรับอากาศ)
 
 
4.
เด็กผู้ชายที่ใส่หมวกตนค้นคนตลอดเวลาเรียน (ทำไมจำชื่อใครไม่ได้เลยเนี่ย)
ชอบมาก ใครนึกไม่ออกมาเป็นไง ให้นึกถึง "พริก" ในแฟนฉัน
พริก ใส่ หมวกแก๊ป คือน้องคนนี้ (ฮา)
เล่นเพลงสอบเล๊ย
เพลงจบของ spirited away เหมือนกัน
...
ทรายจึงจิ๊กมาเล่นอีก
...
แต่ก็ไม่ทันได้เล่น เด็กเข้ามาเรื่อยๆ
คนนี้เป็นเด็กบ้าไปตายเอาดาบหน้ากับตัวโน๊ต กล้าชนแม้ยังไม่คล่อง
เท่จริงๆ เจอเด็ก spirit แรงเยอะดี ทรายเป็นพวกถ้าเพลงไม่ perfect จะไม่เล่นให้ใครฟังเด็ดขาด ซึ่งทำให้พัฒนาช้ากว่าพวกนี้ อิจฉาเด็กพวกนี้จริงๆ ทรายว่าจะลองชนกับโน๊ตอย่างเปิดเผยดูบ้างเหมือนกัน...จะเลิกใส่ head-phone ซักที...จะลองใจด้านพอ
 
tip
ไม่ต้องง่ะ
ไม่ต้องมี
 เจ้านี่มันฮาในตัวเอง
แค่นั่งเล่นเพลงก็ดูเพลินแล้ว
แต่ถ้าจะสร้างสีสันก็เล่นเพลงที่น่าสนใจ
ทรายเล่นเพลง Hangalian dance...(เขียนงี้ป่ะ) ของบราห์ม
 ซึ่งเพลงมันกวนประสาทสิ้นดี น้องเค้าก็หยุดซ้อมเพลงเค้า(แล้วมันดีไหมเนี่ย) แล้วมาฮากับเพลงที่ทรายเล่น แล้วเค้าก็มองตามทราย ทรายก็
                                                  ทราย : แอ่ะ อยากเล่นล่ะซี่
                                                  น้อง : ฮี่ๆ (หัวเราะ)
                                                  ทราย : ได้เล่นอยู่แล้ว รีบเรียน แดนให้เล่นอยู่แล้ว
แล้วน้องก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม
เด็กคนนี้มาเรียนชั่วโมงกว่า แล้วไปเรียนอังกฤษ แล้วมาเรียนต่อจนเย็นย่ำทรายฮัมเพลง
ก่อนกลับน้องถามว่า
"พี่สอนตอนไหนบ้างครับ"
ชอบน้องคนนี้จังเลย หัวใจสีแดง
 
 
5.
น้องผู้ชายมาดแอบทหาร เดินเข้ามาอย่างเด็กเรียน
เรียนซักพัก ธาตุไฟแตก (ฮา)
คือน้องเค้าเล่นเพลง "When the Saint go marching in"
 เพลงที่ทหารเล่นสรรเสริญให้ทหารที่สละชีวิตในสนามรบน่ะ
ทราย : อยากรู้ไหมว่าเพลงนี่เค้าเล่นทำไม
                                              น้อง : ไม่อยากรู้
............จบข่าว..............
น้องเค้าเล่นเพลงนี้ ไม่ได้แค่ 1 ช่อง
ทรายก็เขียนจังหวะให้แล้ว
 แต่น้องก็หยิบสิ่งมีชีวิตทุกตัวในโลกขึ้นมาอ้างสาเหตุที่จะไม่ซ้อมที่โรงเรียน
 ซึ่ง...ทรายก็ติดกับเด็กคนอื่นที่พร้อมใจกัยยกมือดักกวักมือเรียก
จึงไม่สามารถนึกวิธีจัดการไ นอกจากล็อกคอไม่ให้กลับบ้าน
ซึ่งแม่เค้ามายืนส่องอยู่ตรงประตู
...ชิ้ง...
ทรายแบบ ในชุดกระโปรง ปีนเก้าอี้ ล็อกคอ เฮดบลัด มันเลย
ฮาชีวิต
น้องคนนี้ "กลับเลยเวลา" นะ แต่ตอนมันกลับมันพูดว่า
"กลับดีกว่า ผู้หญิงขี้บ่น"
...ชิ้ง...
ชั๊นบ่นไรฟระ แค่เฮดบลัดมันเฉยๆ
อยากรู้เชียวว่าแดนจัดการไงกับเจ้านี่
 
tip
เอาตัวเองให้รอด...เป็นพอ (ฮา)
 
 
6.
ผู้ชายอีกคน ชื่อ "น้องนิน"
ทำไมจำได้?
ก็เค้าหน้าเหมือนญี่ปุ่น+มีผมสีทองธรรมชาติบางเส้นด้วย
...
แล้วมันเกี่ยวไรกับจำชื่อน้องเค้าได้ฟระ
ไอเนี่ย มันชอบจิกกัดเด็กข้อ5.
ทำให้ทรายรู้สึกว่าเค้าช่างเป็นเด็กที่เป็นผู้เป็นคนเสียนี่กระไร
แต่พอเด็กข้อ5.กลับบ้าน
ทรายจึงรู้ว่า
ธาตุไฟแตกเป็นโรคติดต่อ
จากที่นั่งซ้อม เป็นเกลือกกลิ้งชีวิตบนเก้าอี้ electone
ปากบอกว่า "จะกลับ" แต่ "ไม่กลับ" ซึ่ง "ไม่ซ้อม"
...หมายความว่าไงฟระ...
 
tip
เอาตัวให้รอดจากคนนี้ก็พอ
กับการที่บอกว่า
"พี่เหมาะจะเล่นไวโอลินนะ "
 กับ
 "พี่เหมาะจะเล่นระนาดนะ"
ช่วยพูดอะไรแนวเปียโนกับอีเลกโทนบ้างนี่ไม่มี
 
 
7.
 น้องพลอย
 (อันนี้จำได้ เพราะเค้าเรียนแดนว่า Mr.Danny แต่เรียกทรายว่า "ครูทราย"...หมายความว่าไงฟระ
 <-- จะมีเรื่องกับเด็กลูกเดียว)
น้องคนนี้มาเรียนคาบนี้เป็นครั้งที่สอง
ซึ่งครั้งแรกแดนสอนอะไรไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลย
น้องก็ 8 ขวบ เสียงก็เบา ถามไรแล้วได้ยินคำตอบไม่ชัด
ทรายเลยสอนมือขวาเพลงแรกไป+พูดเรื่องบีโทเฟ่นให้ฟัง
(น้องตื่นเต้นกับโรคหูไม่ได้ยินของบีโทฟ.มาก)
น้องเค้าเล่นมือขวาเข้าจังหวะได้แล้วนะ
ทรายเลยให้ซ้อมจับ cord ซึ่งน้องไม่มีเครื่องซ้อมที่บ้าน
ทรายเลยวาดแผง keyboard ให้ไปซ้อม (รันทดชีวิต)
แม่เค้าเข้ามาด้านหลังทรายโดยไม่ทันตั้งตัว ตกใจ
 
แม่    : คุณครู?
ทราย : อ๋อ มาแทนค่ะ (ในใจร่ำร้อง เลิกใช้คำว่า "ครู" กันซักเท ไอ้เราก็เรียกตัวเองว่า "พี่ พี่ พี่" ยั๊งงงงง จะเรียกครูกันอยู่ได้)
แม่    : แล้วครูสอนชั่วโมงไหนคะ
ทราย : (ทำสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปากไวว่า "ยังไม่ได้สอน" เพราะมันดูอุบรีต)
         ไม่ได้ลงเวลาเอาไว้ค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีเวลาที่แน่นอน (แหล)
แม่   : เหรอคะ เห็นในห้องคนเยอะ แล้วกลัวครูแดนสอนไม่ไหว
ทราย : (ทำท่าเข้าใจ...อันที่จริง เรื่องดนตรี ถ้าคนมีลูกสาว ส่วนมากก็อยากให้เรียนกับครูผู้หญิงอ่ะนะ...แต่เพื่ออนาคตที่ดี
         กว่า...เรียนกับแดนไปเหอะ ฮา)
 
แล้วตอนน้องเก็บของ แม่รอข้างนอก ทรายก็บอกกับว่า
 
ทราย : เล่นให้ได้เลยนะ แบบอาทิตย์หน้าเล่นให้ Mr.Danny(ฮา)ฟังแล้วตกใจเลยว่าทำไมเล่นได้
พลอย : ค่ะ
...น้องเค้ารับปากแล้วนะแดน...
 
tip
น้องคนนี้จะค่อนข้างงงกับคำว่า
 "เล่นไม่ได้" กับ "ซ้อมก่อน"
 คือ...เล่นไม่ได้ก็คือเล่นไม่ได้...เล่นไม่ได้แล้วจะซ้อมยังไงล่ะ...
เรียมก็เครียดเลย ตอบได้แต่ว่า
 "เล่นไม่ได้ ซ้อม เล่นได้ ok?"
น้องคนนี้เคยอยู่วงเวโลเดี้ยนมาก่อน
 
 
8.
น้องผู้ชาย แก้มเด้ง
...
จบชีวิตการสอน
เล่นเพลงนี้แล้วจะข้ามไปเพลงนู้ เล่นเพลงนู้นจะข้ามไปเพลงนั้น
ทรายไปหาเด็กคนอื่นไม่ได้ ไปหาแล้วจะมีการ "คูค๊าบ คูค๊าบ" ตลอดเวลา
แล้วก็ตามเดิม จะเปลี่ยนเพลง จะเล่นเพลงนั้น จะเล่นเพลงนี้
 
tip
ทำใจให้สงบ แล้วขอลูกอมน้องเค้ากิน 1 เม็ด
 
 
9.
ชีวิตจะหาไม่!!!
รายนี้เป็นจุด peak ของชีวิตวันนี้เลย
"เด็กต่างชาติ พูดไทยไม่ได้"
อ.ดนัย เดินนำเข้ามา แล้วบอกว่าต้องพูดอังกฤษ
อ.ก็เดินนำเข้ามาที่หน้า electone เครื่องที่ว่าง ราวกับจะสอนเอง พร้อมพูดว่า "เอ๊า come on"
แล้วอาจารย์ก็เดินออกจากห้องไป
...ชิ้ง...
ทรายจึงสีข้างเข้าถู
แล้วก็อัดเพลง My favorite thing ให้
น้องเล่นมือขวาได้แล้ว
 แต่ play with accom. บ่ได้ (ทรายใช้สำนวนนี้เลยนา เท่ป่ะ)
ทรายให้แผ่นเค้ากลับบ้าน แล้วให้ไปซ้อม+เอาแผ่นมาอาทิตย์หน้าด้วย
ทนหน่อยนะแดน...ไม่ใช่ทนน้อง ทนทรายเนี่ยแหละ
ทรายอัดทับตั้งหลายที(ความจริงแค่ทีเดียว) เพราะชอบเผลอไป improvise
อันที่อัดให้เป็นอันที่ดีที่สุดแล้ว (ฮา) มีกระตุกด้วย
 
tip
ขุดซึ่งทุกสรรพสิ่งของอังกฤษขึ้นมา ณ บัดนั้น ด่วน!
 
 
10.
น้องที่พ่อ-แม่แอบอึมครึม
ทรายไปห้องน้พ แล้ววิ่งกลับมา เห็นพ่อแม่น้องอยู่ในห้อง ตัวสูงกันมากมาย
จนรู้ว่าน้องไม่อยากเรียนวันนี้
แต่พ่อ-แม่กำลังสอนเรื่องวินัย จึงต้องเรียน สักครึ่งชั่วโมงก็ได้
จึง...จ่ะ ดังนั้นจ่ะ
...ก็สอนไป...
ก็ไม่มีไรนิหน่า
ก็แค่ไม่ยอมซ้อม
ก็แค่หมกมุ่นอยู่กับสุสานหูฟัง
ก็แค่สนใจหูฟังทรายเห็นพิเศษ
ก็แค่
เล่นมือขวาเพลง lavender's blue เข้าจังหวะได้แล้ว
คิดว่าทรายเก่งป่ะล่า
แต่ท่าทางกลับบ้านลืมหมดยังไงไม่รู้
ตอนทรายจะไปดื่มน้ำ(หาเริ่องโดดร่มไปเรื่อย) แม่น้องมาดักหน้าประตู
 
แม่   : เป็นไงบ้างคะ
ทราย : ไม่งอแงนะคะ เล่นมือขวาได้แล้ว เข้าจังหวะได้แล้วด้วย
แม่   : ไม่ทราบว่าครูสอนชั่วโมงไหนเหรอคะ
ทราย : (คำถามนี้อีกแล้ว อุว๊ะ) ทรายไม่ได้ลงเวลาที่แน่นอนไว้ค่ะ ไม่ได้อยู่สอนตลอด (แหล)
แม่   : (หันไปถามลูก) ชอบคุณครูไหมลูก (ลูกไม่ตอบ ทรายยืนข่มขู่)
ทราย : ชอบพี่ไหม ตอบเร็ว ตอบดีๆนะ ยืนคุมอยู่นี่! (พูดจริงทำจริง)
 
น้องไม่ตอบง่ะ คุยกันสักพัก ก็หวัดดี
 
tip
เด็กผู้หญิงอ่ะนะ เล่านิทานหรือทำไรโรแมนติกหน่อย
ทรายก็ ลาเวนเตอร์คือสีไรรู้เปล่า
สีม่วง เป็นชื่อดอกไม้ด้วย
ที่ฝรั่งเศสมีเมืองนึงปลูกดอกนี้ทั้งเมืองเลย
พอฤดูใบไม้ผลิ ก็จะกลิ่นหอมทั้งเมือง
แล้วก็จะเอาดอกไม้นี้ไปทำน้ำหอมด้วย
...
ดังนั้น
น้องจึงยอมซ้อมเพลงนี้
 
 
11.
น้องที่เรียนสายวิทย์
เล่นเพลงไทย (ไม่จำทั้งชื่อคนเล่นทั้งชื่อเพลงเลย)
ยังเล่นไม่คล่อง คือเล่นโน๊ตได้แล้ว ขาดแต่การเชื่อมระหว่างห้อง
เด็กคนนี้ เอนท์ปีนี้ เรียนสายวิทย์ทั้งที่ไม่อยากเรียน ไม่รู้ว่าอยากเข้าคณะอะไร...ซึ่งตุลานี้เอนท์
...เป็นห่วงวุ๊ย...เป็นห่วงเรื่องที่ไม่รู้ว่าอยากเข้าคณะอะไรนี่แหละ
 
12.
น้องใส่แว่นเล่นเพลง Four season
...อ่านกุญแจฟาช้าเน่อ เลยให้ซ้อมไปก่อน
 
13.
น้องผมยาวที่เล่นเพลงวงด้วย
อันนี้มาแนวเดียวกะทรายเลย
อย่ามาฟัง ยังเล่น บ่ ได้
คนอื่นยังไม่ส่ง จะกลับ ทรายล็อกตัว แต่คนนี้ถึงกับหนีทรายได้ เก่งมาก!
 
14.
ผู้ชาย
เล่นเพลง canon
ตอนนั้นอ.ดนัยว่างงาน เลยดูน้องเค้า
ทรายเลยไม่ได้ดู
ตอนทรายถามว่ามีไรให้ช่วยไหม
เค้าก็พึมพำๆ ฟังไม่รู้เรื่อง
แล้วก็เดินไปที่ stegia บอกว่า
โปรแกรมเพลงอยู่ที่แดน
...
เคสนี้ทรายช่วยบ่ได้จริงๆ
ก็ทรายไม่มีแผ่นโปรแกรมนั้นกับตัวนิหน่า
แต่เรื่องเพลง
จารย์เช็คแล้ว
...
แต่เช็คว่าไงไม่รู้อ่ะ
(ขอโทษ รู้สึกว่าใส่ใจคนนี้น้อยไปจริงๆนั่นแหละ ขอโทษจริงๆ)
 
 
ข้อ 11-14 ไม่รู้จะ tip ยังไง วัยรุ่นซับซ้อนกว่าวัยเด็ก แต่พูดรู้เรื่องกว่า
 
หมดยังเนี่ยะ
 
           ขอบคุณสวรรค์...ที่ทรายหยิบเสื้อกันหนาวคู่ใจไปด้วย ไม่งั้นแข็งตาย
           ขอบคุณสวรรค์...ที่ทำให้ทรรายรู้ว่า ในตู้เสื้อผ้าที่แสนแน่นเอี๊ยด ทรายมีกระโปรงดูดีแค่ตัวเดียว (+ดูไม่ดีอีก 1 ตัว)
           ขอบคุณสวรรค์...ที่ทำให้ทรายรู้ว่า ช่วงนี้รองเท้าทรายมีแต่แนวตะลุยแดนมหัศจรรย์
           ขอบคุณสวรรค์...ที่ทำให้ทรายได้รู้ว่า สอนดนตรี ไม่ร้องเพลงไม่ได้ วันนี้ทรายเลยฝึกร้องเพลงทั้งวันเลย
           ขอบคุณสวรรค์...ที่ทำให้ทรายได้รู้ว่า
 
 
แดน อึด จริง!!!
 
 
สนุกดี
แต่
เหนื่อย
ชีพ-หาย
6 août

เสียดาย

 
 ไม่มีอะไรหรอก
 
เเค่รู้สึกสะเทือนใจเมื่อเจอประโยคนึง
นี่ไม่ใช่การปฏิเสธตัวเองนะ
เเต่เข้าใจกันใช่ไหมว่า
ชอบ กับ อยากได้ น่ะมันไม่เหมือนกัน
 
ถ้า ชอบ ก็จะไม่อยากสูญเสีย
เเต่ อยากได้ ก็จะเสียดาย (ที่ไม่ได้มาครอง)
 
...ทราย เสียดาย...
 
เสียดายมาตั้งเเต่ไหนเเต่ไรเเล้ว
ยิ่งมีคนพูดถึง ยิ่งเสียดาย
ยิ่งมาวันนี้ ยิ่งเห็นประโยคนั้น ยิ่งรู้สึก...อืมมม...ถึงเวลาเเล้วสินะ
 
ทรายเป็นคนปล่อยสิ่งที่อยากได้ไปเอง
เป็นคนตัดใจเอง
...
เข้าใจกันนะว่า ตัดใจ กับ เสียดาย มันคนละเรื่อง
 
พอทรายตัดใจประมาณว่า
"อูว๊ะ ไม่เอาดีกว่า ไม่งั้นต้องมีเรื่องให้อึนอึนบ่อยๆเเน่"
เเล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไร
ไม่ได้ปวดใจเพราะไม่ได้ ชอบ เเต่ อยากได้
ดังนั้นจึงไม่รู้สึก สูญเสีย เเต่รู้สึก เสียดาย มากกว่า
 
ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีความ เด็ดขาด ปรากฏออกมาจากสายสัมพันธ์นี้
 
เเต่วันนี้มันปรากฏเเล้ว
 
...
 
ในที่สุด
 
ก็จบกันเสียที
 
...
 
ทราย เสียดาย